🔢

Rep range คืออะไร? อธิบายวิธีใช้และตัวอย่างการฝึก | Strongbro

คำตอบแบบรวดเร็ว

Rep range คือช่วงจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ในแต่ละเซต เช่น 8 ถึง 12 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการฝึก การเขียนว่า 3×8-12 หมายถึงให้ทำ 3 เซต โดยแต่ละเซตควรจบที่จำนวนครั้งระหว่าง 8 ถึง 12 ส่วน 5×5 คือการทำ 5 เซต เซตละ 5 ครั้งพอดี โดยทั่วไปแล้ว 1 ถึง 5 ครั้งเน้นความแข็งแรง 6 ถึง 12 ครั้งเน้นสร้างกล้ามเนื้อ และ 15 ครั้งขึ้นไปเน้นความทนทาน ซึ่งแต่ละช่วงสามารถปรับใช้ร่วมกันได้

Sets × reps คือหัวใจสำคัญของทุกโปรแกรม และ Rep range ก็เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด มันเป็นตัวกำหนดว่าควรใช้น้ำหนักเท่าไหร่โดยไม่ต้องระบุตัวเลขน้ำหนักตายตัว ทำให้โปรแกรมเดียวกันใช้ได้ทั้งคนที่ Squat 60 kg และ 200 kg

วิธีการทำงาน

Rep range ทำงานโดยอิงจากน้ำหนักที่ใช้ หากกำหนดให้แต่ละเซตจบที่ 8 ถึง 12 ครั้ง คุณต้องเลือกน้ำหนักที่ยกได้ในช่วงนั้นพอดี ถ้าหนักไปคุณจะทำไม่ถึง ถ้าเบาไปคุณจะทำเกิน ช่วงจำนวนครั้งนี้จึงเป็นตัวกำหนดความหนัก (Intensity) เป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักสูงสุดโดยที่คุณไม่ต้องรู้ค่า 1RM ของตัวเอง โดยประมาณแล้ว 5 ครั้งจะเท่ากับ 85 ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ของ 1RM, 8 ครั้งเท่ากับ 78 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และ 12 ครั้งเท่ากับ 70 เปอร์เซ็นต์

การอ่านค่า 5×5 คือ 5 เซต เซตละ 5 ครั้ง มักใช้น้ำหนักเดียวตลอด: เป็นเป้าหมายตายตัวไม่มีช่วง 3×8-12 คือ 3 เซตที่ควรทำได้ระหว่าง 8 ถึง 12 ครั้ง ตัวเลขน้อยคือจุดที่น้ำหนักเริ่มหนักพอ ส่วนตัวเลขมากคือสัญญาณว่าถึงเวลาเพิ่มน้ำหนัก 4×6-8 ก็ทำงานในลักษณะเดียวกันแต่มีช่วงที่แคบกว่า

ช่วงจำนวนครั้งที่นิยมใช้ตามเป้าหมาย:

Rep range น้ำหนักโดยประมาณ (% ของ 1RM) เป้าหมายหลัก พักระหว่างเซต
1 ถึง 5 85 ถึง 100 ความแข็งแรงสูงสุด 2 ถึง 5 นาที
6 ถึง 12 65 ถึง 85 สร้างกล้ามเนื้อ (Hypertrophy) 1 ถึง 2 นาที
12 ถึง 20 55 ถึง 70 สร้างกล้ามเนื้อและความทนทาน 1 ถึง 2 นาที
20 ขึ้นไป ต่ำกว่า 55 ความทนทาน, Conditioning 30 ถึง 90 วินาที

นี่เป็นเพียงแนวทางไม่ใช่กฎตายตัว กล้ามเนื้อสามารถเติบโตได้ในทุกช่วงหากฝึกจนใกล้ถึงจุดที่กล้ามเนื้อล้า และความแข็งแรงก็พัฒนาได้ในทุกช่วงหากน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเวลา ช่วงเหล่านี้เพียงแค่บอกว่าเป้าหมายไหนมีประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละช่วง

ตัวอย่างการฝึก: สมมติคุณฝึก 3×8-12 ในท่า Dumbbell row ด้วยน้ำหนัก 24 kg เซตแรกทำได้ 12, 10, 8 ครั้ง มีเพียงเซตแรกที่ถึงเป้าหมายสูงสุด น้ำหนักจึงยังเท่าเดิม เซตที่สามทำได้ 12, 12, 11 เซตที่สี่ทำได้ 12, 12, 12 ทุกเซตถึงเพดาน เซตที่ห้าทำได้เท่าเดิมเพื่อยืนยันว่าคุณคุมน้ำหนักนี้ได้ เซตที่หกขยับไปที่ 26 kg และทำได้ 10, 9, 8 ซึ่งกลับเข้ามาอยู่ในช่วงใกล้จุดต่ำสุด แล้วเริ่มไต่ระดับใหม่ หกเซต เพิ่มน้ำหนัก 2 kg ทุกขั้นตอนตัดสินด้วย Rep range ไม่ใช่ความรู้สึก

ทำไมถึงสำคัญต่อการบันทึกผล

Rep range ทำให้ความก้าวหน้าวัดผลได้ในทุกเซต หากไม่มีช่วงกำหนด คุณจะไม่รู้เลยว่าคุณทำได้ดีขึ้นหรือไม่ เพราะ 80 × 8 กับ 85 × 6 คือจุดที่ต่างกันบนกราฟเดียวกัน แต่เมื่อมีกฎที่ชัดเจนคือทำถึงเพดานของช่วงแล้วค่อยเพิ่มน้ำหนัก นั่นคือ progressive overload ที่แสดงออกมาเป็นจำนวนครั้ง

คุณต้องบันทึกจำนวนครั้งที่ทำได้จริงในแต่ละเซต ไม่ใช่แค่เป้าหมาย การจดว่า 3×8-12 เป็นเพียงแผน แต่ 12, 12, 11 คือข้อมูลจริง และความต่างนี้เองที่ใช้ตัดสินการฝึกครั้งต่อไป รวมถึงทำให้สถิติของคุณมีความหมาย: สถิติการยกน้ำหนักสูงสุดที่ 8 ครั้งจะเป็นสถิติที่แท้จริงก็ต่อเมื่อคุณทำได้ 8 ครั้งจริงๆ ready-to-progress list ของ Strongbro จะคอยแจ้งเตือนเมื่อคุณใช้น้ำหนักเดิมซ้ำๆ ซึ่งทำได้เพราะเราบันทึกจำนวนครั้งแยกรายเซต

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

สำหรับข้อมูลว่าแต่ละช่วงสัมพันธ์กับน้ำหนักสูงสุดของคุณอย่างไร ให้ใช้ one-rep max calculator หรืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ hypertrophy and strength training ใช้ช่วงเหล่านี้ต่างกัน

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ

คำถามที่พบบ่อย

5×5 หมายความว่าอย่างไร?

คือการทำ 5 เซต เซตละ 5 ครั้ง โดยใช้น้ำหนักเท่าเดิม มักใช้กับท่าฝึกแบบ Compound เช่น Squat หรือ Bench press นี่คือเป้าหมายที่กำหนดไว้ตายตัวไม่ใช่ช่วงจำนวนครั้ง คุณต้องทำรวมให้ได้ 25 ครั้ง หากทำได้ครบตามโปรแกรมมักจะมีการเพิ่มน้ำหนักเล็กน้อย เช่น 2.5 kg ในเซตถัดไป

3×8-12 หมายความว่าอย่างไร?

คือการทำ 3 เซต โดยแต่ละเซตควรทำได้ระหว่าง 8 ถึง 12 ครั้ง ให้เลือกน้ำหนักที่ทำได้ 8 ครั้งขึ้นไปอย่างเต็มที่ เมื่อทำได้ 12 ครั้งครบทั้ง 3 เซต ให้เพิ่มน้ำหนัก ซึ่งจำนวนครั้งจะลดลงมาใกล้ 8 ครั้งอีกครั้งเพื่อเริ่มฝึกใหม่ ช่วงจำนวนครั้งนี้เป็นกฎที่ใช้กำหนดความก้าวหน้า

Rep range ไหนดีที่สุดสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ?

กล้ามเนื้อสามารถเติบโตได้ในหลายช่วง ตั้งแต่ประมาณ 5 ถึง 30 ครั้ง หากฝึกจนใกล้ถึงจุดที่กล้ามเนื้อล้า ช่วง 6 ถึง 12 ครั้งเป็นที่นิยมที่สุดเพราะช่วยสะสมปริมาณงาน (Volume) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือทำได้จำนวนครั้งมากพอและน้ำหนักมากพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อล้าก่อนที่จะเหนื่อยหอบ

Rep range ไหนดีที่สุดสำหรับความแข็งแรง?

ความแข็งแรงฝึกได้ดีที่สุดในช่วง 1 ถึง 6 ครั้ง ด้วยน้ำหนักประมาณ 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักสูงสุด เพราะการยกหนักช่วยฝึกการออกแรงสูงสุด โปรแกรมฝึกความแข็งแรงส่วนใหญ่จึงเน้นที่ 3 ถึง 6 ครั้งเป็นหลัก ส่วนการยกครั้งเดียว (Singles) มักใช้ทดสอบเป็นครั้งคราวมากกว่าฝึกทุกสัปดาห์

ควรบันทึก Rep range หรือจำนวนครั้งที่ทำได้จริง?

ควรบันทึกจำนวนครั้งที่ทำได้จริงในทุกเซต Rep range เป็นเพียงแผนการฝึก แต่จำนวนครั้งที่ทำได้จริงคือข้อมูลที่จะตัดสินว่าเซตถัดไปควรเพิ่มน้ำหนักหรือไม่ หรือเซตนั้นถือเป็นสถิติใหม่หรือไม่ การบันทึกว่า 12, 12, 11 จะบอกสถานะที่แท้จริงของคุณได้ดีกว่าการบันทึกแค่ 3×8-12

อ้างอิงจาก

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ