🪞

วิธีแก้ปัญหา Skinny Fat สำหรับมือใหม่: เริ่มต้นจดบันทึกอย่างไร - Strongbro

คำตอบที่นำไปใช้ได้จริง

ถ้าคุณเป็นคนผอมแต่มีพุง (skinny fat) อย่าเพิ่ง bulk หรือ cut ให้กินในระดับที่ร่างกายต้องการ (maintenance) โดยเน้นโปรตีนให้ถึง เล่นเวทตามโปรแกรมสร้างกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเหล็กไปเรื่อยๆ น้ำหนักตัวคุณแทบจะไม่เปลี่ยนเพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะมาแทนที่ไขมันที่ลดลง ตาชั่งจึงบอกความก้าวหน้าไม่ได้ แต่บันทึกการเล่นของคุณบอกได้ ให้จดทุกเซตทั้งน้ำหนักและจำนวนครั้ง ดูเส้นกราฟของแต่ละท่าที่ค่อยๆ สูงขึ้นในแต่ละเดือน ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งเพื่อดูภาพรวม และถ่ายรูปเดือนละครั้ง อย่าเพิ่งตัดสินแผนจนกว่าจะครบ 3 หรือ 6 เดือน โดยดูจากบันทึกการเล่น ไม่ใช่ดูจากกระจกในวันที่คุณรู้สึกแย่

คุณกำลังยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำโดยไม่ได้ใส่เสื้อ และมันก็บอกสิ่งเดิมที่มันบอกคุณมาตั้งแต่สมัยเรียน ไม่ใหญ่พอที่จะดูเหมือนคนเล่นเวท แต่ก็ไม่ลีนพอที่จะดูเหมือนคนกินน้อย แขนเล็กๆ พุงนิ่มๆ และน้ำหนักตัวที่ฟังดูปกติสำหรับใครก็ตามที่ไม่ได้เห็นรูปร่างจริงของคุณ คุณเคยอ่านกระทู้ที่บอกว่า 30 ปี 10 เดือน น้ำหนักเท่าเดิม แต่รูปร่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และคุณตัดสินใจว่าครั้งนี้คุณจะเริ่มทำมันจริงๆ หน้าเพจนี้จะบอกว่าต้องทำอย่างไรในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อให้คุณกลายเป็นหนึ่งในคนที่โพสต์เรื่องราวเหล่านั้น แทนที่จะเป็นแค่คนที่นั่งอ่าน

ช่วงเวลาสำคัญ และทำไมมันถึงยากนัก

คนที่โพสต์เรื่องนี้มักบรรยายถึงชีวิตที่วนเวียนอยู่กับปัญหานี้มาตลอด รู้สึกอายกับรูปร่างและรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เบื่อกับการเป็นคนผอม และเบื่อกับการเป็นคนผอมแบบนิ่มๆ ที่ไม่มีใครชม และติดหล่มเพราะอินเทอร์เน็ตให้คำแนะนำที่ขัดแย้งกันสำหรับคน skinny fat คือให้ Bulk เพราะคุณไม่มีกล้ามเนื้อ หรือให้ Cut เพราะคุณมีไขมันมากเกินไป ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน มันก็รู้สึกเหมือนจะทำให้ปัญหาอีกด้านแย่ลงไปอีก หลายปีผ่านไปคุณจึงเลือกไม่ทำอะไรเลย

จนกระทั่งมีคนโพสต์รูปภาพ น้ำหนักบนตาชั่งเท่าเดิม แต่คนในกระจกกลับเป็นคนละคน ห่างกัน 10 เดือน มันกระแทกใจเพราะมันเป็นหลักฐานว่าปัญหาทั้งสองอย่างสามารถแก้ไปพร้อมกันได้ มันคือเรื่องจริง สิ่งที่โพสต์เหล่านั้นบอกคุณไม่ได้คือความรู้สึกตลอด 10 เดือนนั้นเป็นอย่างไร และนั่นคือจุดที่คนส่วนใหญ่ล้มเลิกไป

ปัญหาที่แท้จริงคือการใช้ตัววัดผลที่ผิด

Body recomposition คือการสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อมกับการลดไขมัน โดยที่น้ำหนักตัวยังคงที่ ส่วนหลังนี้คือหัวใจสำคัญของแผน และมันก็เป็นกับดักด้วยเช่นกัน ตาชั่งคือตัวเลขที่ทุกคนเช็ค และในการทำ recomp ตาชั่งถูกออกแบบมาไม่ให้ขยับ กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นและไขมันที่ลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกันทำให้ผลรวมบนตาชั่งเป็นศูนย์ ดังนั้นตัวเลขที่เห็นชัดที่สุดในชีวิตคุณจึงบอกคุณทุกเช้าว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กระจกก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก มันค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละเดือน และคุณก็ส่องมันทุกวัน คุณจึงเป็นคนสุดท้ายที่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง เสื้อผ้าก็เป็นสัญญาณที่ช้าเช่นกัน สิ่งที่ขยับขึ้นลงในแต่ละสัปดาห์เมื่อการทำ recomp ได้ผล คือน้ำหนักบนบาร์เบลและจำนวนครั้งที่คุณยกได้ มือใหม่ที่กินโปรตีนถึงและฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้งจะแข็งแรงขึ้นในทุกท่าหลักเป็นเวลาหลายเดือน และความแข็งแรงนั้นคือการปรับตัวแบบเดียวกับที่กำลังเปลี่ยนรูปร่างของคุณ หลักฐานของการทำ recomposition ในคนที่มีไขมันที่ต้องการลดมาจากการทดลองที่มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นและมวลไขมันลดลงภายในไม่กี่สัปดาห์ของการฝึกหนักด้วยอาหารโปรตีนสูง โดยที่น้ำหนักตัวเปลี่ยนไปน้อยกว่ามาก

ดังนั้นวิธีแก้ไม่ใช่การเปลี่ยนอาหาร แต่คือการเลือกตัววัดผลที่ขยับได้ในกรอบเวลาที่คุณใช้ชีวิตอยู่ และตัววัดผลนั้นคือบันทึกน้ำหนักและจำนวนครั้งของทุกท่าที่เล่น ซึ่งต้องจดต่อเนื่องนานพอที่จะอ่านค่าได้

สิ่งที่ต้องทำเมื่อคุณเริ่มลงมือจริงๆ

6 ขั้นตอน และขั้นตอนสุดท้ายคือสิ่งที่คุณไม่เคยได้รับคำแนะนำมาก่อน

1. เลือกโปรแกรมง่ายๆ ที่ทำต่อเนื่องได้ 6 เดือน

เล่นสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยเน้นท่า Squat หรือ Leg Press, ท่าผลัก, ท่าดึง และท่า Hinge พร้อมท่าเสริมถ้าคุณต้องการ จดช่วงจำนวนครั้งไว้ข้างๆ แต่ละท่า โปรแกรมจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการทำต่อเนื่องให้นานพอที่จะเห็นผล เพราะกราฟจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคุณทำท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์ หากคุณไม่เคยทำตามแผนมาก่อน วิธีจดบันทึกโปรแกรมฝึกความแข็งแรง จะแสดงวิธีตั้งค่าเพื่อให้ทุกเซสชันเปรียบเทียบกับครั้งก่อนได้

2. ให้การยกน้ำหนักเป็นตัววัดผล

จดบันทึกทุกเซต ทั้งน้ำหนักและจำนวนครั้งในขณะที่เล่น ไม่ใช่แค่เซตที่หนักที่สุด หรือแค่บันทึกว่าวันนี้เล่นท่าไหน แต่ต้องจดทุกเซตเพราะในการทำ recomp นี่คือตัวเลขเดียวที่ขยับทุกสัปดาห์ หากจดไม่ครบคุณจะไม่รู้เลยว่าคุณกำลังพัฒนาหรือหยุดชะงัก Keypad ของเราจะแสดงข้อมูลครั้งล่าสุดไว้ให้ คุณจึงกดบันทึกน้ำหนักเดิมได้ในแตะเดียว หรือเพิ่มน้ำหนักได้ในสองสามแตะ หากมือไม่ว่าง Voice logging ช่วยให้คุณบันทึกทั้งท่าได้ด้วยประโยคเดียว ทั้งสองวิธีจะถูกนำไปรวมในประวัติการเล่นของคุณ

3. ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักอย่างช้าๆ

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างเกิดจาก Progressive overload และวิธีที่ยั่งยืนที่สุดคือการค่อยๆ เพิ่มน้ำหนัก ให้คงน้ำหนักเดิมไว้จนกว่าคุณจะทำจำนวนครั้งได้สูงสุดตามเป้าในทุกเซตติดต่อกันสองครั้ง แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละน้อย หน้า Insights ของ Strongbro จะคอยแจ้งเตือนว่าท่าไหนที่คุณพร้อมจะเพิ่มน้ำหนักแล้ว พร้อมแนะนำน้ำหนักถัดไป คุณจึงตัดสินใจจากข้อมูลจริงไม่ใช่จากความรู้สึก คู่มือ Progressive overload มีวิธีเต็มรูปแบบและวิธีรับมือเมื่อน้ำหนักที่ยกเริ่มตัน

4. ชั่งน้ำหนักรายสัปดาห์และถ่ายรูปรายเดือน

คุณยังคงต้องการตาชั่งและกล้องถ่ายรูป แต่ให้ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ตัวตัดสินผล ให้ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งในตอนเช้าวันเดิมและบันทึกไว้ใน Body tracking ซึ่งจะแสดงเป็นกราฟเทียบกับเป้าหมายโดยไม่ทำให้คุณเครียดรายวัน ถ่ายรูปเดือนละครั้งในแสงเดิมและมุมเดิม แล้วไม่ต้องกลับไปดูจนกว่าจะถึงเดือนถัดไป หากคุณต้องการความเห็นที่สองที่ตรงไปตรงมา Physique scan จะช่วยประเมินและติดตามแนวโน้ม ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการใช้สายตาตัวเองตัดสินในวันที่คุณรู้สึกแย่

5. กินในระดับที่ร่างกายต้องการพร้อมโปรตีนที่เพียงพอ

กินแคลอรี่ในระดับ maintenance และเน้นโปรตีนในทุกมื้อ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรแบบสุดโต่ง เป้าหมายที่อ้างอิงจากงานวิจัยคือโปรตีนประมาณ 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับประมาณ 110 กรัมสำหรับคนหนัก 68 กก. นี่คือแผนโภชนาการทั้งหมดสำหรับ 6 เดือนแรก หากในอนาคตคุณมีรูปร่างที่ต้องการจะ cut หรือ bulk ค่อยว่ากันเป็นโปรเจกต์ถัดไป

6. ประเมินแผนจากบันทึกในเดือนที่ 3 และ 6

นี่คือขั้นตอนที่จะเปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่ดีให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ให้ทำเครื่องหมายวันที่ไว้ในปฏิทิน เมื่อถึงวันนั้น ให้เปิดประวัติของท่าหลักแต่ละท่าและ Personal records เพื่อดูแนวโน้มของ 1RM (น้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ 1 ครั้ง) ซึ่ง เครื่องมือ 1RM จะช่วยอธิบายหากคุณยังไม่คุ้นเคย ถ้าเส้นกราฟพุ่งขึ้นและน้ำหนักตัวยังคงที่ แสดงว่าการทำ recomp กำลังได้ผล ไม่ว่ากระจกจะบอกอะไรในเช้านี้ก็ตาม หากกราฟนิ่งสนิท แสดงว่าปัญหาอยู่ที่อาหาร การนอน หรือความสม่ำเสมอ ซึ่งบันทึกจะบอกคุณเองว่าต้องแก้ที่จุดไหน ไม่ว่าจะทางไหน คุณตัดสินใจจากตัวเลขที่คุณจดไว้ ไม่ใช่จากความรู้สึกในห้องน้ำ

ข้อมูลอ้างอิง

แนวคิดที่ว่ากล้ามเนื้อสามารถเพิ่มขึ้นไปพร้อมกับการลดไขมันได้นั้นอ้างอิงจากการทดลอง เช่น งานวิจัยของ Longland และคณะใน American Journal of Clinical Nutrition ซึ่งผู้เข้าร่วมที่ฝึกหนักและกินโปรตีนสูงสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมันได้ภายในหนึ่งเดือน ความเชื่อมโยงระหว่างปริมาณการฝึกกับการเติบโตของกล้ามเนื้อมาจากงานวิเคราะห์ของ Schoenfeld, Ogborn และ Krieger ส่วนการฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้งและการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงนั้นสอดคล้องกับคำแนะนำด้านกิจกรรมทางกายสำหรับผู้ใหญ่ของ NHS และ WHO

รายการตั้งค่า

  • เลือกโปรแกรมง่ายๆ ที่มีท่าหลัก 3-4 ท่า และทำตามนั้นให้ต่อเนื่อง 6 เดือน
  • จดบันทึกทุกเซตทั้งน้ำหนักและจำนวนครั้งในขณะที่เล่นทุกท่า
  • เพิ่มแผ่นน้ำหนักที่เล็กที่สุดก็ต่อเมื่อคุณคุมจำนวนครั้งได้ครบทุกเซตในน้ำหนักปัจจุบันแล้วเท่านั้น
  • ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งในตอนเช้าวันเดิม และจดไว้เพื่อดูแนวโน้ม
  • ถ่ายรูปเดือนละครั้งในแสงเดิม แล้วเลิกกังวลกับมัน
  • กินในระดับที่ร่างกายต้องการ (maintenance) โดยให้มีโปรตีนในทุกมื้อ
  • อ่านกราฟความก้าวหน้าของแต่ละท่าในเดือนที่ 3 และ 6 ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนอะไร

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าเป็น skinny fat ควร bulk หรือ cut ดี?

โดยปกติแล้วไม่ควรทำทั้งสองอย่าง การ cut จะทำให้คุณตัวเล็กลงแต่ยังดูนิ่มเหมือนเดิม ส่วนการ bulk จะเป็นการเพิ่มไขมันทับถมเข้าไปอีก สำหรับมือใหม่ที่มีไขมันระดับกลาง การกินในระดับ maintenance พร้อมโปรตีนสูงและเล่นเวทสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้สร้างกล้ามเนื้อไปพร้อมกับลดไขมันได้ ให้กลับมาถามคำถามนี้อีกครั้งหลังจากผ่านไป 6 เดือนที่จดบันทึกการเล่นอย่างจริงจัง เมื่อคุณมีร่างกายที่พร้อมสำหรับการ cut หรือ bulk อย่างแท้จริง

สร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันไปพร้อมกันได้จริงหรือ?

ได้ และมีการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีที่สุดในกลุ่มคนแบบคุณ คือคนที่ยังไม่เคยฝึกหรือฝึกมาน้อยและมีไขมันที่ต้องการลด การทดลองที่มีชื่อเสียงใน American Journal of Clinical Nutrition พบว่าผู้เข้าร่วมที่ฝึกหนักและกินโปรตีนสูงสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมันได้ภายใน 4 สัปดาห์ ผลลัพธ์นี้จะชัดเจนที่สุดในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม 6 เดือนแรกจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด

การทำ body recomposition ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

นานจนคุณไม่สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้จากการส่องกระจกทุกวัน คาดหวังได้ว่าน้ำหนักเหล็กที่ยกจะเพิ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ เสื้อผ้าจะเริ่มใส่ได้พอดีขึ้นใน 2-3 เดือน และการเปรียบเทียบรูปถ่ายจะเห็นผลชัดเจนที่ 6-12 เดือน กระทู้ที่บอกว่าน้ำหนักเท่าเดิมแต่รูปร่างเปลี่ยนไป มักจะเป็นผลจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง 10 เดือนขึ้นไป โดยที่ตัวเลขบนตาชั่งแทบไม่ขยับเลยตลอดทาง

ทำไมน้ำหนักถึงไม่เปลี่ยนเลยหลังจากเล่นมาหลายเดือน?

เพราะนั่นคือสิ่งที่การทำ recomp แสดงออกมาบนตาชั่ง การที่กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นและไขมันลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกันทำให้ผลรวมบนตาชั่งเป็นศูนย์ ซึ่งตาชั่งไม่ได้วัดทั้งสองอย่างนี้ ตัวเลขที่จะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นคือภาระน้ำหนักและจำนวนครั้งในแต่ละท่า ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องจดบันทึกทุกเซต การที่ตาชั่งนิ่งแต่กราฟการเล่นพุ่งขึ้น คือสัญญาณว่าแผนของคุณกำลังได้ผล

ควรเล่นคาร์ดิโอด้วยไหม?

เล่นได้บ้างเพื่อสุขภาพและอารมณ์ที่ดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนรูปร่างของคน skinny fat การเดินหรือปั่นจักรยานเบาๆ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอและไม่กระทบต่อการฟื้นฟูร่างกาย หากคาร์ดิโอทำให้การเล่นเวทของคุณสะดุด ให้ลดคาร์ดิโอลงก่อน เพราะการเล่นเวทคือส่วนสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลง

ต้องกินโปรตีนเท่าไหร่?

มากกว่าที่มือใหม่ skinny fat ส่วนใหญ่กินกัน เป้าหมายที่อ้างอิงจากงานวิจัยสำหรับคนที่เล่นเวทเป็นประจำคือประมาณ 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยแบ่งกิน 3-4 มื้อ ซึ่งเท่ากับประมาณ 110 กรัมต่อวันสำหรับคนหนัก 68 กก. กินให้ถึงระดับนี้ รักษาแคลอรี่รวมให้คงที่ แล้วปล่อยให้การฝึกเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายจะนำไปใช้อย่างไร

อ้างอิงจาก

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ