🎓

เรียนจบแล้วตารางฝึกหาย ทำงานออฟฟิศจนน้ำหนักขึ้น เริ่มใหม่ยังไงดี - Strongbro

คำตอบที่นำไปใช้ได้จริง

ตั้งค่าจุดเริ่มต้นที่วันนี้ ไม่ใช่ตัวเลขที่คุณจำได้จากยิมสมัยเรียน เลือกน้ำหนักที่มั่นใจ ทำตามจำนวนครั้ง บันทึกไว้ แล้วใช้เป็นจุดเริ่มต้น ฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 40 นาที โดยเน้นท่าขา ท่าผลัก ท่าดึง และท่าเสริมอย่างละหนึ่งท่า ทำโปรแกรมเดิมต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ บันทึกแต่ละเซสชันด้วยการพูดสั้นๆ ระหว่างเดินออกจากยิม เพื่อไม่ให้เสียเวลาจัดการข้อมูลหลังเลิกงาน เพิ่มน้ำหนักทีละน้อยเมื่อทำครบทุกครั้ง ในช่วง 2 เดือนแรกให้โฟกัสที่จำนวนครั้งที่เข้ายิม ไม่ใช่ตัวเลขบนตาชั่ง เพราะความแข็งแรงจะกลับมาก่อนที่น้ำหนักจะลดลง

คุณเคยมีตารางฝึกที่ชัดเจน สมัยเรียนคุณมีเวลาเข้ายิม 90 นาทีได้สบายๆ เพราะไม่มีภาระอะไร มีตัวเลขน้ำหนักที่ภูมิใจ แต่พอเรียนจบ เริ่มทำงานออฟฟิศ ต้องเดินทาง และวันหนึ่งในเดือนที่หก คุณก็พบว่าต้องเจาะรูเข็มขัดเพิ่มและจำไม่ได้แล้วว่าเข้ายิมครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ น้ำหนักขึ้นมา 10 กก. ตารางฝึกหายไป และการเริ่มใหม่ดูเหมือนการนับหนึ่งใหม่ในร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม หน้านี้เขียนขึ้นมาเพื่อช่วงเวลานั้นของคุณ

ช่วงเวลาที่ยากลำบาก

งานแรกหลังเรียนจบเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง ตอนเรียนคุณมีเวลาว่างมากมาย แต่ตอนนี้คุณมีเวลาจำกัดหลังเลิกงาน ซึ่งมักจะหมดไปกับมื้อเย็น การเดินทาง และความเหนื่อยล้าจากการทำงาน หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน: นั่งทำงานวันละ 8 ชั่วโมง น้ำหนักขึ้น 10 กก. นี่เป็นเรื่องปกติของคนที่เคยชอบออกกำลังกาย

สิ่งที่ทำให้เริ่มใหม่ยากคือการเปรียบเทียบ คุณไม่ใช่คนเริ่มใหม่ แต่คุณคือคนที่เคยทำได้ดี และทุกครั้งที่คิดจะเริ่ม คุณมักเอามาตรฐานเดิมมาวัด: 90 นาที, น้ำหนักเดิม, ร่างกายเดิม เมื่อเทียบกับมาตรฐานนั้น การฝึก 40 นาทีด้วยน้ำหนักที่เบากว่าดูเหมือนความล้มเหลว จนทำให้คุณไม่ได้เริ่มเสียที คำพูดที่ว่า "แค่ใจสู้ก็พอ" อาจไม่ช่วยอะไร เพราะปัญหาไม่ใช่เรื่องใจ แต่เป็นเรื่องของมาตรฐานที่ตั้งไว้สูงเกินไป

ปัญหาที่แท้จริงคือจุดเริ่มต้นเดิม

คุณกำลังวัดตัวเองในวันนี้กับตัวคุณในอดีตที่มีเวลาเหลือเฟือและฝึกมาต่อเนื่อง 3 ปี โดยไม่มีบันทึกว่าตอนนี้คุณทำอะไรได้จริงบ้าง สองปัญหาจึงตามมา

อย่างแรก ตัวเลขเดิมเป็นแค่ความทรงจำ ซึ่งมักจะเกินจริง การที่คุณจำว่า "เคยเบนช์เพรสได้ 80 กก." อาจเป็นวันที่ฟิตที่สุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย การเริ่มด้วยตัวเลขนั้นทำให้คุณล้มเหลว หรือถ้าเริ่มเบากว่านั้น คุณก็รู้สึกว่าตัวเองถดถอย ทั้งที่ความจริงคือไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้คุณทำได้เท่าไหร่เพราะยังไม่ได้วัดผล

อย่างที่สองคือเวลา ตารางงานออฟฟิศมีเวลาจำกัด การฝึก 90 นาทีจึงเป็นไปไม่ได้ การฝึกที่ยั่งยืนต้องสั้นลง ซึ่งไม่ใช่ปัญหา เพราะความก้าวหน้าไม่ได้มาจากเวลาที่ใช้ แต่มาจากการต่อยอดจากครั้งก่อน ซึ่งต้องมีการบันทึกไว้ สมุดจดอาจไม่สะดวก แต่การบันทึกด้วยเสียงทำได้ง่ายกว่า

เมื่อคุณยอมรับว่าจุดเริ่มต้นคือวันนี้ ไม่ใช่ 3 ปีที่แล้ว การเริ่มใหม่จะไม่ใช่การกลับมาทวงคืนอดีต แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่มีพื้นฐานที่ดีกว่าเดิม

วิธีเริ่มใหม่เมื่อตารางงานทำให้ตารางฝึกหายไป

1. ตั้งค่าจุดเริ่มต้นที่วันนี้

เลือกน้ำหนักที่มั่นใจและทำตามจำนวนครั้งที่ตั้งไว้ นั่นคือตัวเลขของคุณ บันทึกไว้โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับอดีต ในสองสัปดาห์คุณจะมีข้อมูลจริงมาเปรียบเทียบ และมันจะเพิ่มขึ้นเองเพราะร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็ว ตัวเลขเดิมจะกลับมาเองตามเวลาของมัน

2. ฝึก 40 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

สั้นกว่าที่เคยทำแต่เพียงพอแล้ว NHS และ CDC แนะนำให้ฝึกความแข็งแรงอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ การฝึก 40 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ถือว่าผ่านเกณฑ์และเข้ากับชีวิตคนทำงาน เลือกโปรแกรมที่กระชับ เน้นท่าขา ท่าผลัก ท่าดึง และท่าเสริม ทำต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ กำหนด rep range ให้ชัดเจน หากต้องการเปลี่ยนแผนการฝึกเป็นบันทึก คู่มือการบันทึกโปรแกรมฝึกความแข็งแรง ช่วยคุณได้

3. บันทึกแต่ละเซสชันด้วยประโยคเดียว

เวลาของคุณมีค่า การบันทึกต้องง่าย แตะไมค์ใน voice logging ระหว่างเดินไปที่รถแล้วพูด: "สควอท 5 ครั้ง 5 เซตที่ 70 กก., เบนช์เพรส 3 ครั้ง 8 เซตที่ 55 กก., แถว 3 ครั้ง 10 เซตที่ 40 กก." Strongbro จะจัดการบันทึกให้เอง หากไม่สะดวกพูด keypad จะแสดงข้อมูลครั้งล่าสุดให้คุณกดซ้ำได้ในครั้งเดียว การบันทึกใช้เวลาไม่ถึงนาที ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คุณทำต่อเนื่องได้

4. ก้าวหน้าทีละน้อย

เมื่อตั้งจุดเริ่มต้นแล้ว ให้ใช้น้ำหนักเดิมจนกว่าจะทำครบทุกครั้ง แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักทีละน้อย plate calculator ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาคำนวณที่หน้าบาร์เบล คีย์แพดจะแสดงตัวเลขครั้งล่าสุดให้เห็น การตัดสินใจในแต่ละเซตจึงมีแค่ "เท่าเดิม" หรือ "เพิ่มนิดหน่อย" Personal records จะอัปเดตเองเมื่อคุณทำลายสถิติเดิม

5. นับจำนวนเซสชัน ไม่ใช่กิโลกรัม ในช่วง 2 เดือนแรก

น้ำหนัก 10 กก. ใช้เวลาสะสมมา 6 เดือน ดังนั้นต้องใช้เวลามากกว่า 6 สัปดาห์ในการลด ในช่วงนี้ให้โฟกัสที่ความสม่ำเสมอ ranks ของ Strongbro จะนับจำนวนวันที่คุณฝึก และหน้าจอหลักจะแสดงตาราง 12 สัปดาห์ให้เห็นความก้าวหน้า ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งเพื่อดูแนวโน้มก็พอ หากมีอาการปวดหลังหรือไหล่ ให้เริ่มเบาๆ และปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มน้ำหนัก

ข้อมูลอ้างอิง

คำแนะนำเรื่องการฝึก 2 วันต่อสัปดาห์มาจาก NHS และ CDC และ NHS ยังระบุว่าการลุกเดินระหว่างวันสำคัญมากไม่ว่าจะฝึกหนักแค่ไหน แนวคิดเรื่องการวัดผลและการเพิ่มน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาจาก ACSM รายละเอียดแหล่งข้อมูลอยู่ด้านล่างนี้

รายการตั้งค่า

  • ตั้งค่าจุดเริ่มต้นที่วันนี้: เลือกน้ำหนักที่มั่นใจ บันทึกไว้ โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับอดีต
  • จองเวลาฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 40 นาที ให้เข้ากับตารางงาน
  • เลือกโปรแกรมฝึกที่กระชับและทำต่อเนื่อง 8 สัปดาห์
  • บันทึกแต่ละเซสชันด้วยประโยคสั้นๆ ระหว่างเดินไปที่รถ
  • เพิ่มน้ำหนักทีละน้อยเมื่อทำครบทุกครั้งตามเป้าหมายเท่านั้น
  • ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งแล้วเก็บตาชั่งไป
  • โฟกัสที่จำนวนเซสชันที่ฝึก ไม่ใช่ตัวเลขกิโลกรัม ในช่วง 2 เดือนแรก

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ

คำถามที่พบบ่อย

เพิ่งเรียนจบและห่างหายจากการออกกำลังกายไปนาน ควรเริ่มตรงไหน?

เริ่มจากเซสชันแรกเพื่อหาจุดเริ่มต้น ไม่ใช่การหาโปรแกรมใหม่ ไปยิมหนึ่งครั้ง ฝึกท่าขา ท่าผลัก และท่าดึง ด้วยน้ำหนักที่คุณมั่นใจ แล้วบันทึกไว้ ตอนนี้คุณจะรู้ว่าวันนี้ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวที่ใช้สร้างแผนได้ จากนั้นจองเวลาฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 40 นาที และทำท่าเดิมซ้ำไปตลอด 8 สัปดาห์

การรักษาตารางฝึกยิมตอนทำงานประจำยากแค่ไหน?

ยากกว่าตอนเรียนเพราะเวลาว่างน้อยลง แต่ทำได้ง่ายขึ้นถ้าปรับเวลาให้พอดีกับช่วงที่ว่าง ฝึก 40 นาที 3 เย็นต่อสัปดาห์ โดยบันทึกผลสั้นๆ ระหว่างเดินออก จะเข้ากับตารางงานส่วนใหญ่ได้ ตารางฝึกมักล้มเหลวเพราะเราพยายามใช้ตารางเดิมของสมัยเรียน แต่ถ้าออกแบบให้เข้ากับชีวิตปัจจุบัน มันจะยั่งยืนกว่า

ผมเคยยกได้หนักกว่านี้ ควรเริ่มจากตัวเลขเดิมไหม?

ไม่ควร ตัวเลขเดิมเป็นแค่ความทรงจำ ซึ่งมักจะคลาดเคลื่อน เริ่มจากน้ำหนักที่คุณทำได้จริงด้วยฟอร์มที่ดีในวันนี้ บันทึกไว้ แล้วค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเมื่อทำได้ครบจำนวนครั้ง คนที่เคยฝึกมาแล้วจะกลับมาได้เร็ว มักจะเห็นผลในไม่กี่เดือน ตัวเลขเดิมจะกลับมาเอง การฝืนยกหนักตั้งแต่วันแรกมักจบลงด้วยอาการบาดเจ็บที่ไหล่

น้ำหนักขึ้น 10 กก. จากการนั่งทำงานออฟฟิศ การฝึกจะช่วยได้ไหม?

การฝึกช่วยสร้างความแข็งแรงและกล้ามเนื้อ แต่น้ำหนักจะค่อยๆ ลดลง น้ำหนักที่ใช้เวลาสะสมมา 6 เดือน ต้องใช้เวลามากกว่า 6 สัปดาห์ในการลด คำแนะนำด้านสุขภาพระบุว่าการฝึกความแข็งแรงและการลุกเดินระหว่างวันสำคัญพอๆ กัน ให้บันทึกการฝึกในช่วง 2 เดือนแรก ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้งเพื่อดูแนวโน้ม และจัดการเรื่องอาหารแยกต่างหากหากต้องการให้น้ำหนักลดเร็วขึ้น

ฝึกแค่ 40 นาทีเพียงพอไหม?

เพียงพอถ้าเป็นการฝึกที่มีคุณภาพ ท่าฝึก 4-5 ท่า เซตละ 2-3 เซต สามารถทำได้จบใน 40 นาที และการฝึก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอตามคำแนะนำของ NHS และ CDC ความยาวของเซสชันไม่ใช่ตัวตัดสินความสำเร็จเหมือนสมัยเรียน แต่เป็นความสม่ำเสมอที่แต่ละครั้งต่อยอดจากครั้งก่อน ซึ่งต้องอาศัยการบันทึก ไม่ใช่การเพิ่มเวลา

ปวดหลังและไหล่จากการทำงานออฟฟิศ ยังยกเวทได้ไหม?

ส่วนใหญ่ทำได้ แต่ช่วงแรกให้ใช้น้ำหนักเบาและสังเกตอาการ ความตึงจากการนั่งมักดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว และการสร้างความแข็งแรงที่หลังและสะโพกคือส่วนหนึ่งของคำตอบ แต่ถ้าปวดแปลบ ปวดค้างหลังฝึก หรือทำให้การเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป ให้พักและปรึกษาแพทย์ก่อนกลับมาฝึกใหม่ และเน้นท่าฝึกทั่วไปไปก่อน

อ้างอิงจาก

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ