🔍

รีวิว Fitbod 2026: แอปวางแผนฝึกด้วย AI ที่ต้องจ่ายรายปี - Strongbro

คำตอบแบบรวดเร็ว

Fitbod: Gym & Fitness Planner เป็นแอปสร้างตารางฝึกด้วย AI บน App Store ตั้งแต่ปี 2015 ได้คะแนน 4.8 จากรีวิวประมาณ 284,000 ครั้งในสหรัฐฯ แอปจะจัดตารางให้ตามเป้าหมาย อุปกรณ์ที่มี และประวัติการฝึก พร้อมคลังวิดีโอท่าฝึกกว่า 1,000 รายการ มีแอปบน Apple Watch และเชื่อมต่อ Apple Health ได้ลึก ค่าใช้จ่ายคือ $95.99 ต่อปี หรือ $15.99 ต่อเดือน หลังทดลองใช้ 7 วันจะตัดเงินอัตโนมัติ ต้องสมัครบัญชีผู้ใช้ ข้อมูลประวัติเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ รองรับ 3 ภาษา และไม่มีฟีเจอร์ส่งออกข้อมูลที่ระบุไว้ชัดเจน

นี่คือรีวิวแอปคู่แข่งที่เขียนโดยทีมงาน Strongbro เราอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ รายละเอียดบน App Store ศูนย์ช่วยเหลือ และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Fitbod ณ วันที่ 11 กันยายน 2026 โดยระบุว่า "ยังไม่ได้รับการยืนยัน" ในส่วนที่แหล่งข้อมูลไม่มีคำตอบ เราไม่มีการให้คะแนนดาว เพราะ Fitbod มีรีวิวจากผู้ใช้จริงกว่า 284,000 ครั้งอยู่แล้ว

Fitbod คืออะไร

Fitbod: Gym & Fitness Planner หรือในชื่อ "AI Personal Trainer & Workouts" บน App Store เป็นแอปสร้างตารางฝึกจาก Fitbod, Inc. เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2015 เวอร์ชันปัจจุบันคือ 8.33.0 อัปเดตเมื่อ 8 กันยายน 2026 รองรับ iOS 18 ขึ้นไป ใช้งานได้บน iPhone และ Android พร้อมแอปเสริมบน Apple Watch ที่ต้องใช้ watchOS 10 โดยทาง Fitbod ระบุว่า "ปัจจุบันยังไม่รองรับ iPad"

จุดขายหลักบนหน้าเว็บคือ "LESS PLANNING. MORE PROGRESS." ใน FAQ ระบุว่าแอปนี้ "สร้างมาเพื่อการฝึกเวทเทรนนิ่งโดยเฉพาะ" และกลุ่มเป้าหมายคือ "ผู้ฝึกทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับสูงและนักเพาะกาย"

Fitbod อ้างว่ามี "ยอดดาวน์โหลดกว่า 15 ล้านครั้ง" และ "บันทึกการฝึกกว่า 120 ล้านครั้ง" (ตัวเลขที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ) แต่ตัวเลขที่ชัดเจนบน App Store คือคะแนน 4.8 จากรีวิว 284,020 ครั้งในสหรัฐฯ พร้อมป้าย Editors' Choice

ราคาและค่าสมาชิก

ดาวน์โหลดฟรี แต่หลังจากนั้นต้องสมัครสมาชิก ศูนย์ช่วยเหลือระบุราคาปัจจุบันไว้สองแบบ: "Yearly Plan (ยอดนิยม): $95.99 USD ต่อปี (เรียกเก็บรายปี)" ซึ่งเฉลี่ยแล้วตกเดือนละ $8.00 USD และ "Monthly Plan: $15.99 USD ต่อเดือน (เรียกเก็บรายเดือน)"

ช่วงทดลองใช้คือ 7 วัน โดยมีเงื่อนไขว่า "ต้องเลือกแผนสมาชิก (รายเดือนหรือรายปี) ก่อนเริ่มทดลอง" และ "จะตัดเงินอัตโนมัติเมื่อครบกำหนดหากไม่ยกเลิกก่อน" หากยกเลิก "คุณยังเข้าดูประวัติเก่าได้ แต่การบันทึกการฝึกใหม่ต้องสมัครสมาชิก"

รายการ In-app purchase ในสหรัฐฯ ค่อนข้างซับซ้อน มีถึง 10 รายการ ทั้งแบบรายเดือน $12.99, "A Year of Fitbod Elite" ราคา $79.99 และ $95.99 รวมถึงรายการ "(Legacy Pricing) fitbod ELITE" อีก 6 รายการ ซึ่งผู้ใช้ใหม่จะเห็นราคาไหนนั้นไม่ชัดเจน และ Fitbod เตือนว่า "ราคาอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค โปรโมชัน และแพลตฟอร์ม"

ส่วนสมาชิกแบบ Lifetime มีอยู่จริงแต่ "เป็นโปรโมชันช่วงสั้นๆ เท่านั้น" มักจะจำกัดที่ 1,000 สิทธิ์ในช่วง Black Friday และ Cyber Monday ไม่สามารถโอนสิทธิ์หรือขอคืนเงินได้ โดยราคาจะ "ประกาศให้ทราบภายหลัง"

สิ่งที่ทำได้ดี

จุดเด่นคือระบบการจัดโปรแกรมที่ละเอียดกว่าแอปส่วนใหญ่ จากข้อมูลบน App Store: "AI ปรับเปลี่ยนตามการแก้ไขตารางของคุณ" และ "การจัดตารางแบบ Non-linear periodization เพื่อความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง" เว็บไซต์ระบุว่าอัลกอริทึมจะ "ติดตามข้อมูลการฝึกเพื่อปรับตารางให้เข้ากับคุณโดยเฉพาะ เพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟู และใช้หลัก Progressive Overload" คุณเลือกเวลาฝึกได้ 30, 45 หรือ 60 นาที เลือกอุปกรณ์ได้ตามที่มี หรือจะสร้างตารางเองก็ได้ คลังท่าฝึกมี "กว่า 1,000 ท่า" พร้อมวิดีโอความละเอียดสูงหลายมุมมอง

ระบบการบันทึกข้อมูลทำได้ดี การใส่ข้อมูลบาร์เบลเลือกได้ทั้ง "บาร์ + แผ่นน้ำหนัก" หรือ "เฉพาะแผ่นน้ำหนัก" และมีการประเมินความเหนื่อย (Reps-in-reserve) ในแต่ละเซตเพื่อนำไปคำนวณตารางถัดไป

สถิติที่ให้มามีมากกว่าแค่ PR: "สถิติส่วนตัว (PRs), ความแข็งแรงโดยประมาณ, ปริมาณการฝึก, ความต่อเนื่อง และอื่นๆ" ค่าความแข็งแรงโดยประมาณ (Estimated Strength) คำนวณจากเซต จำนวนครั้ง และน้ำหนักที่ใช้เมื่อเวลาผ่านไป

แอปบน Apple Watch บันทึกเซต ปรับจำนวนครั้งและน้ำหนัก ตั้งเวลาพักพร้อมระบบสั่น และดูอัตราการเต้นของหัวใจได้

การเชื่อมต่อ Apple Health ทำได้ลึก ทั้งเขียนข้อมูลการฝึก พลังงานที่ใช้ อัตราการเต้นหัวใจ และอ่าน/เขียนข้อมูลไขมันในร่างกาย, BMI, มวลกล้ามเนื้อ, รอบเอว, น้ำหนัก และส่วนสูง นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับ Strava และ Fitbit ได้ บัญชีผู้ใช้ย้ายข้ามระหว่าง iOS และ Android ได้ และมีบริการ "Pro fitness trainers" ให้ปรึกษาผ่านอีเมล

สิ่งที่ยังขาดหรือเป็นจุดอ่อน

ช่วงทดลองใช้คือการสมัครสมาชิกที่รอเวลาตัดเงิน คุณไม่สามารถลองใช้ Fitbod ได้โดยไม่ผูกบัตร และจะถูกตัดเงินอัตโนมัติ สำหรับคนที่ต้องการแค่แอปบันทึกสถิติ ไม่ใช่แอปวางแผน นี่คือค่าใช้จ่าย $95.99 ต่อปีสำหรับฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้

ต้องสมัครบัญชีผู้ใช้เสมอ การเริ่มใช้งานต้อง "Sign Up" ผ่านอีเมล, Apple, Google หรือ Facebook ไม่มีทางเลือกอื่นที่ระบุไว้

ประวัติการฝึกของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Fitbod ข้อมูลออฟไลน์ระบุชัดเจนว่าบันทึกได้และค่อยซิงค์ภายหลัง แต่ "สถิติส่วนตัวและประวัติการฝึกทั้งหมดซิงค์จากเซิร์ฟเวอร์ ดังนั้นข้อมูลล่าสุดอาจไม่แสดงผลหากไม่มีเน็ต"

รองรับแค่ 3 ภาษา: "อังกฤษ, สเปน และโปรตุเกส" หากตั้งค่าเครื่องเป็นภาษาอื่นจะแสดงผลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

ไม่มีฟีเจอร์ส่งออกข้อมูลที่ชัดเจน การค้นหาคำว่า "csv" ในศูนย์ช่วยเหลือไม่พบผลลัพธ์ และการค้นหาคำว่า "export" ก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนี้ ช่องทางที่มีคือ Apple Health (ซึ่งย้อนหลังไม่ได้) และรายงานทางอีเมล ส่วนการส่งออกข้อมูลในแอปนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน

Apple Watch ทำงานลำพังไม่ได้ การเริ่มเซสชัน สลับท่า และบันทึกผลต้องทำผ่าน iPhone และไม่รองรับ Always On display ค่าความแข็งแรงโดยประมาณอาจลดลงหากไม่ได้ฝึกท่านั้นบ่อยๆ

ไม่มีระบบสั่งงานด้วยเสียง, การประเมินรูปร่าง หรือระบบจัดอันดับ ซึ่งไม่พบข้อมูลในเว็บไซต์หรือศูนย์ช่วยเหลือ

ความเป็นส่วนตัวในมุมของ Fitbod

นโยบายความเป็นส่วนตัวลงวันที่ 18 เมษายน 2024 ประเด็นสำคัญคือ:

"ข้อมูลทั้งหมดอาจถูกโอน ย้าย และจัดเก็บไว้ที่ใดก็ได้ในโลก รวมถึงสหรัฐฯ หรือประเทศอื่นๆ ซึ่งอาจมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่ต่างจากประเทศที่คุณอยู่"

"เราอาจแชร์ข้อมูลส่วนตัวกับพาร์ทเนอร์โฆษณาภายนอก ซึ่งอาจใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลกิจกรรมและอุปกรณ์ของคุณ"

"เราไม่ตอบสนองต่อสัญญาณ DNT (Do Not Track) หรือสัญญาณที่คล้ายกัน"

อย่างไรก็ตาม มีสองประเด็นที่ระบุไว้ในทางตรงกันข้าม: "เราไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลสุขภาพและฟิตเนสแก่บุคคลที่สามเพื่อการโฆษณา การตลาด หรือการทำ Data Mining" และ "Fitbod จัดเก็บข้อมูล HealthKit ตามแนวทางของ Apple"

ข้อมูลบน App Store ระบุว่ามีการเก็บ Usage Data เพื่อติดตามคุณ (Track You) และใช้ข้อมูลเพื่อการโฆษณาของนักพัฒนา รวมถึงข้อมูลสุขภาพ อีเมล ชื่อ และข้อมูลวินิจฉัย ไม่มีส่วนที่ระบุว่า "ข้อมูลไม่ถูกเก็บ" หรือ "ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกับคุณ"

นี่คือแอปบนระบบคลาวด์ที่มีพาร์ทเนอร์โฆษณา และประวัติการฝึกของคุณจะอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ตราบเท่าที่คุณยังมีบัญชีอยู่

Fitbod เหมาะกับใคร

Fitbod เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้แอปจัดตารางฝึกให้ทุกครั้ง ชอบคลังวิดีโอขนาดใหญ่และตารางที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ บันทึกข้อมูลผ่าน Apple Watch โดยมีโทรศัพท์อยู่ใกล้ตัว ต้องการให้ข้อมูลสุขภาพซิงค์กับ Apple Health, Strava หรือ Fitbit และยินดีจ่ายค่าสมาชิก $95.99 ต่อปี

แอปนี้อาจไม่เหมาะกับคนที่มีโปรแกรมฝึกอยู่แล้วและต้องการแค่บันทึกสถิติ คนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ สเปน หรือโปรตุเกส และคนที่ต้องการเก็บประวัติการฝึกไว้ในเครื่องตัวเองหรือในไฟล์ที่จัดการได้

เปรียบเทียบกับ Strongbro

ทั้งสองแอปตอบโจทย์คนละอย่าง Fitbod ถามว่า "วันนี้ควรฝึกอะไร" ซึ่งทำได้ดีมาก ส่วน Strongbro ถามว่า "จะบันทึกสิ่งที่เพิ่งทำไปโดยไม่ต้องหยุดพักได้อย่างไร" คำตอบของเราคือคุณไม่ควรต้องพิมพ์อะไรเลย คุณแค่พูดว่า "bench 80, สามเซตสิบครั้ง" เซตจะปรากฏขึ้นมาให้ตรวจสอบ แล้วคุณก็กด Done ได้เลย รองรับทุกภาษาหลัก ดูรายละเอียด voice logging สำหรับข้อจำกัด (เช่น ต้องใช้เน็ต)

ในส่วนของสถิติ Strongbro จะตรวจสอบเซตที่บันทึกโดยอัตโนมัติเพื่อหา PR ของน้ำหนักต่อจำนวนครั้งและ 1RM โดยดูรายละเอียดได้ที่หน้า personal records Strongbro ไม่มีบัญชีผู้ใช้ เก็บข้อมูลไว้ใน iPhone พร้อมซิงค์ iCloud (เลือกได้) มีระบบส่งออกข้อมูลในตัว และราคา $14.99 ต่อปี หรือ $19.99 ตลอดชีพหลังทดลองใช้ 3 วัน เราไม่มีระบบจัดตารางฝึก ไม่มีแอปบน Apple Watch ไม่ซิงค์ Apple Health และไม่มีเวอร์ชัน Android ซึ่งเป็นสิ่งที่ Fitbod ทำได้ดี

ตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์และราคาฉบับเต็มอยู่ที่ Strongbro vs Fitbod

สรุป

Fitbod เป็นแอปที่จริงจังและมีจุดยืนชัดเจน คะแนนที่ได้นั้นสมเหตุสมผล ทั้งระบบการจัดตารางที่ปรับเปลี่ยนได้ คลังวิดีโอขนาดใหญ่ แอปบน Apple Watch ที่ใช้งานได้จริง และการเชื่อมต่อ Apple Health ที่ลึก จุดอ่อนของแอปเป็นเรื่องเชิงโครงสร้างมากกว่าความผิดพลาด: การทดลองใช้ที่ผูกมัดด้วยการสมัครสมาชิก, ไม่มีระดับการใช้งานฟรีสำหรับการบันทึกข้อมูล, ต้องสมัครบัญชีตั้งแต่เริ่ม, ข้อมูลประวัติเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศพร้อมพาร์ทเนอร์โฆษณา, รองรับแค่ 3 ภาษา และไม่มีฟีเจอร์ส่งออกข้อมูลที่หาเจอได้ง่าย

ถ้าคุณต้องการให้แอปจัดตารางให้และยินดีจ่าย $95.99 ต่อปี Fitbod คือตัวเลือกที่ปลอดภัย แต่ถ้าคุณมีตารางฝึกอยู่แล้วและปัญหาคือการบันทึกข้อมูล Fitbod กำลังคิดเงินคุณในส่วนที่คุณไม่ได้ใช้ และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในส่วนที่คุณต้องการ

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ

คำถามที่พบบ่อย

Fitbod คุ้มค่าเงินไหม?

ถ้าคุณต้องการให้แอปจัดตารางฝึกให้ นั่นคือสิ่งที่แอปนี้ทำได้ดีครับ ทั้งการปรับเปลี่ยนตามความพร้อมร่างกายและคลังวิดีโอขนาดใหญ่ แต่ถ้าคุณมีโปรแกรมฝึกอยู่แล้วและต้องการแค่แอปบันทึกสถิติ ค่าใช้จ่าย $95.99 ต่อปีอาจเกินความจำเป็น เพราะ Fitbod ไม่มีระดับการใช้งานฟรีสำหรับการบันทึกข้อมูลเพียงอย่างเดียวหลังจบช่วงทดลอง 7 วัน

ใช้ Fitbod ฟรีได้ไหม?

บน App Store ระบุว่าฟรีแต่มี In-app purchase ซึ่งการทดลองใช้ 7 วันต้องผูกบัตรสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปีไว้ก่อน และจะตัดเงินอัตโนมัติหากไม่ยกเลิก หลังยกเลิกช่วงทดลอง Fitbod ระบุว่าคุณดูประวัติเก่าได้ แต่การบันทึกเซตใหม่ต้องสมัครสมาชิก ส่วนการบันทึกข้อมูลโดยไม่เริ่มทดลองใช้เลยนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน

Fitbod ใช้งานแบบออฟไลน์ได้ไหม?

ได้บางส่วนครับ ตามข้อมูลศูนย์ช่วยเหลือ คุณสามารถสร้างตารางและบันทึกข้อมูลแบบออฟไลน์ได้โดยเก็บไว้ในเครื่องแล้วค่อยซิงค์ภายหลัง แต่ข้อมูลสถิติส่วนตัวและประวัติการฝึกทั้งหมดจะดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์ ดังนั้นข้อมูลล่าสุดอาจไม่แสดงผลหากไม่มีเน็ต รวมถึงวิดีโอที่ยังไม่ได้โหลดและท่าฝึกเฉพาะทางต้องใช้การเชื่อมต่อ

Fitbod มีแอปบน Apple Watch ไหม?

มีครับ เป็นแอปเสริม คุณสามารถบันทึกเซต ทำเครื่องหมายว่าฝึกเสร็จ ปรับจำนวนครั้งและน้ำหนัก เพิ่มหรือลบเซตได้สูงสุด 9 เซตต่อท่า ตั้งเวลาพักพร้อมระบบสั่น และดูอัตราการเต้นของหัวใจได้ แต่การเริ่มเซสชัน การสลับหรือเพิ่มท่าฝึก และการบันทึกผลต้องทำผ่าน iPhone และไม่รองรับ Always On display

Fitbod รองรับกี่ภาษา?

3 ภาษาครับ ข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือระบุว่ารองรับแค่ภาษาอังกฤษ สเปน และโปรตุเกส หากตั้งค่าเครื่องเป็นภาษาอื่นจะแสดงผลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งถือว่าจำกัดมากสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลกเมื่อเทียบกับยอดดาวน์โหลดกว่า 15 ล้านครั้ง

ส่งออกประวัติการฝึกจาก Fitbod ได้ไหม?

Fitbod ไม่ได้ระบุวิธีส่งออกไฟล์ไว้ครับ การค้นหาคำว่า “csv” ในศูนย์ช่วยเหลือไม่พบผลลัพธ์ และการค้นหาคำว่า “export” ก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนี้ ช่องทางที่มีคือการเขียนข้อมูลลง Apple Health (ซึ่งย้อนหลังไม่ได้) และรายงานการฝึกทางอีเมล การลบบัญชีจะทำให้ข้อมูลหายถาวร ส่วนการส่งออกข้อมูลในแอปนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน

อ้างอิงจาก

ดาวน์โหลด Strongbro บน App Storeฟรี 3 วัน จ่ายเพียง $19.99 ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ